ลิโอเนล เมสซี่ กับ โรดริโก้ เดอ ปอล ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น

ก่อนฟุตบอลโลก 2022 จะเปิดม่านฟาดแข้ง พวกสื่อต่างโฟกัสและประโคมข่าวถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับ โรดริโก้ เดอ ปอล เวลาอยู่ในทีมด้วยกัน ไม่ว่าจะในสนามจริง ตอนซ้อมหรือกระทั่งเก็บตัว สองคนนี้แทบตัวติดกัน เดอ ปอล จะตามเหมือนเป็นเงากัปตันทีมไม่มีผิด ไม่ใช่แค่ประเภทพี่ไปไหน ผมไปด้วยเท่านั้นหรอก แต่ยังมีบทบาทปกป้องคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้ตกอยู่ในอันตราย

เราน่าจะได้เห็นคลิปที่กลายเป็นไวรัลตามโซเชี่ยล อย่างเช่นมีการ์ดสนาม เข้ามาจับแขน เมสซี่ พอทาง เดอ ปอล เห็นเข้าก็รีบดึงมือทิ้งทันที อย่ามาแตะตัวลูกพี่ผมเด็ดขาด หรือยามที่ เมสซี่ เดินไปปรบมือขอบคุณแฟนบอลหลังเกมจบ เดอ ปอล ก็จะตามไปอยู่ไม่ห่างหรือไม่สายตาก็คอยจับจ้องตลอดเวลา เรียกว่าพร้อมรับมือทุกสถานการณ์หากลูกพี่ดูไม่ปลอดภัย มีใครมาก่อกวน

นอกจากนี้ตอนขึ้นรถบัสแห่แชมป์ พร้อมทั้งโชว์โทรฟี่ไปรอบๆกรุงบูเอโนส ไอเรส ยังมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจอีก ระหว่างที่ เดอ ปอล กำลังสนุกแบบเต็มกราฟ ลุกขึ้นยืนเต้นกับแฟนๆที่มารออยู่ เมสซี่ ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เอามือตีที่ขารุ่นน้องเบาๆ แล้วพูดอะไรบางอย่าง ก่อนที่ กองกลางขาบู๊ จะยอมนั่งลงอย่างว่านอนสอนง่าย บรรดาแฟนบอลต่างนำความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ไปทำ “มีม” หลอกล้อกันมากมาย จนเป็นที่รับรู้โดยทั่วกันว่า หากเป็นในทีมชาติอาร์เจนตินา ถ้าเห็น เมสซี่ ที่ไหน อีกไม่นานจะต้องมี เดอ ปอล ตามมาแน่นอน

หลายคนเกิดสงสัยเหมือนกันว่า เหตุอันใด เดอ ปอล ถึงคอยตามติดใกล้ชิด ดูแลกัปตันทีมของเขา ราวไข่ในหิน เป็นพี่น้องที่คลอดตามกันมาก็ไม่ใช่ อาจเพราะว่า เมสซี่ เป็นเหมือนไอดอลของบรรดานักเตะอาร์เจนแทบทุกคน ไม่ใช่แค่รุ่นลูกรุ่นหลานเท่านั้นที่เทิดทูนบูชา แข้งที่โตไล่ตามกันมาก็เคารพนับถือ เดอ ปอล อายุในปัจจุบันคือ 28 ห่างจาก เมสซี่ ถึง 7 ปีเต็ม เทียบแล้วคงไม่ใช่รุ่นเดียวกัน ถือว่าเป็นคนละเจเนอเรชั่น

ทีนี้ลองนึกภาพช่วง เดอ ปอล อายุราว 14-15 เมสซี่ กำลังอยู่ในช่วงการเริ่มต้นพีก ยุคเริ่มต้นของประตูสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากคุณเป็นนักเตะอาร์เจนตินา เล่นในทีมเยาวชนสักสโมสร ต้องมีความฝันตั้งไว้เลยว่า สักวันอยากจะเล่นร่วมกับ เมสซี่ ให้ได้ เดอ ปอล เองก็คงไม่แตกต่างกันหรอก แล้วเมื่อโอกาสมาถึง การได้ใกล้ชิดกับ เมสซี่ ยิ่งทำให้เกิดความประทับใจมากขึ้น ความสัมพันธ์แนบแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบตัวติดกัน

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ มิดฟิลด์อีกคนในทีมชุดแชมป์โลก เคยเล่าไว้ว่า รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เมื่อถูกเรียกติดทีมชาติชุดเดียวกับ เมสซี่ ในขณะเดียวกันด้วยความเป็นเด็กใหม่และมีเชื้อสายสก็อตติช-ไอริชสืบทอดจากบรรพบุรุษ ทำให้ลักษณะหน้าตาของเขาไม่ค่อยเหมือนชาวอาร์เจนไตน์เท่าไรนัก ผมจะมีลักษณะออกสีเหลืองส้ม จนเพื่อนบางคนเรียกติดปากตามกายภาพว่า “ไอ้ขิง” นั่นทำให้ แม็ค อัลลิสเตอร์ ไม่ชอบใจสักเท่าไร

วันหนึ่งเขาได้ยินเพื่อนร่วมทีมเรียกชื่อนี้อีก เสียงของ เมสซี่ ก็แทรกขึ้นมา พร้อมบอกว่า แม็ค อัลลิสเตอร์ ไม่ชอบชื่อนี้ ฉะนั้นอย่าเรียกอีกเด็ดขาด นั่นแหล่ะ “ไอ้ขิง” เลยหายไป แต่ความประทับใจเกิดขึ้นกับ แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิ่งเพิ่มแรงศรัทธาลูกพี่มากกว่าเคย จึงเคารพนับถือมาตลอด นี่คืออีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เมสซี่ มีอิทธิพลอย่างมาก แต่ไม่ได้มาจากชื่อเสียงหรือฝีเท้าเท่านั้นหรอก พฤติกรรม การวางตัวต่างๆก็มีส่วนสนับสนุนเช่นกัน

เดอ ปอล ก็คงรู้สึกไม่ต่างจาก แม็ค อัลลิสเตอร์ เมื่อได้ทำความรู้จักตัวตนที่แท้จริง จึงยินดีจะปกป้องลูกพี่ พร้อมออกตัวช่วยเหลือแทน”ผมแคร์ เลโอ มากนะและรู้ว่าเขาก็แคร์ผมด้วยเช่นเดียวกัน เวลาอยู่นอกสนามเราสนิทกันมากๆ เรามีช่วงเวลาสนุกสนานกันและมีช่วงเวลาความเป็นเพื่อนที่มอบให้กัน”เดอ ปอล เคยอธิบายไว้อย่างนี้ ตอกย้ำให้รู้ด้วยว่า ทั้งคู่กลมเกลียวเหนียวแน่นกันขนาดไหน ในสนาม เดอ ปอล เองก็ช่วยเหลือโอบอุ้ม เมสซี่ อย่างเต็มกำลัง เท่าที่จะทำได้ ซึ่งมันออกมาให้เห็นในลักษณะ “วิ่งทดแทน”

กองกลางจากแอตเลติโก้ มาดริด มักวิ่งพล่านทำงานหนัก เพื่อเพรสซิ่งคู่แข่ง รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้ เมสซี่ ได้เล่นอย่างสะดวกมากขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าในวัย 35 ปี ลูกพี่คงไม่ได้มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือจะมาบีบฝั่งตรงข้าม ที่สำคัญควรให้อิสระและจินตนาการเล่นเกมรุกจะเหมาะกว่า ตัวเลขที่เป็นสถิติ สามารถยืนยันความจริงตรงนี้ อย่างในรอบแบ่งกลุ่มทั้งหมด 3 เกม เดอ ปอล วิ่งรวมระยะทางทั้งสิ้น 32.4 ไมล์ หรือมากกว่า 50 กิโลเมตรซะอีก

ขณะที่ เมสซี่ วิ่งไปเพียงแค่ 16.7 ไมล์ เพียงครึ่งเดียวของ เดอ ปอล เท่านั้น เข้าข่าย พี่ไม่ต้อง เดี๋ยวน้องวิ่งเอง พร้อมเสียสละได้เลย แค่นี้ไม่มีปัญหาหรอก นอกจากนี้ก่อนฟุตบอลโลกเริ่มต้นสัก 1 เดือน เดอ ปอล เขียนข้อความในสติกเกอร์แล้วส่งให้ เมสซี่ โดยมีเนื้อหาประมาณว่า อีกสองเดือนเราจะคว้าแชมป์โลก แล้วก็ทำได้สำเร็จจริงๆ แต่เชื่อเถอะว่า การจะเข้าไปใกล้ชิดตีสนิท เมสซี่ ไม่ง่ายนักหรอก เดอ ปอล เองก็ต้องผ่านการพิสูจน์มาแล้ว โดยเฉพาะความมุ่งมั่นบากบั่น ทำงานให้หนักเข้าไว้ เพื่อเอาชนะใจไอดอลของตน

ตัวเขาเองย่อมรู้สึกดีมากๆ ได้เป็นหนึ่งในเพื่อนที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับแข้งหมายเลขหนึ่งของโลก แม้จะเป็นเด็กรุ่นน้อง แต่กลับไม่มีช่องว่างเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าหาก เมสซี่ รีไทร์จากทีมชาติแล้ว บรรยากาศในทีมจะเป็นอย่างไร เดอ ปอล เองจะหาใครสักคนเป็นแรงบันดาลใจหรือยึดเหนี่ยวได้หรือเปล่า

แต่มันก็ทำให้เราพอจะรู้ว่า เมสซี่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของแข้งอาร์เจนตินาในยุคนี้จริงๆ ก่อนทุกคนจะกอดคอกันฝ่าฟันอุปสรรค ครองแชมป์โลกซึ่งรู้กันอยู่ว่ามีความหมายมากแค่ไหนต่อพี่ใหญ่ของพวกเขา อยากจะบอกว่า เมสซี่ เองนั่้นแหล่ะ เป็นคนสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ไม่ใช่แค่ฝีเท้า ความสามารถเท่านั้น แต่มันคือทุกอย่างที่แสดงออกถึงความน่านับถือยำเกรง ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอก เชื่อว่าทุกคนเองต่างเห็นกันอยู่แล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น