อังเคล ดิ มาเรีย ทุกอย่างคือความในใจ ที่เก็บไว้มานาน 8 ปีเต็ม

ยิงประตูได้…น้ำตาซึม ทีมพลิกขึ้นนำ…น้ำตาคลอ ทีมโดนกดดันหนัก…น้ำตาไหล ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบชิงชนะเลิศ สำหรับเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมมากมาย จนน้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา ทุกช่วงเวลามีความบีบคั้น ไม่อาจอดกลั้นความรู้สึก ทุกอย่างคือความในใจ ที่เก็บไว้มานาน 8 ปีเต็ม เช้าเวลา 11.00 น. เช้าของวันแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบชิงชนะเลิศ ผมกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะของเทรนเนอร์ เพื่อฉีดยาที่ขา”

“ย้อนกลับไป ผมกล้ามเนื้อต้นขาฉีกในรอบ 8 ทีมสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ผมอัดยาแก้ปวดไป ผมจึงวิ่งได้โดยไม่รู้สึกอะไรมากนัก ผมบอกโค้ชไปตามตรงว่า หากขาของผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ก็ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น ผมไม่สนใจอะไรแล้ว ผมต้องการลงสนาม“ผมต้องประคบน้ำแข็งที่ขา จากนั้น แพทย์ประจำทีมของเราอย่างดาเนี่ยล มาร์ติเนซ ก็เดินเข้ามา เขามาพร้อมกับซองเอกสาร เขาพูดว่า เอกสารฉบับนี้มาจากเรอัล มาดริด “เขาบอกต่ออีกว่า เรอัล มาดริด แจ้งมาว่า นายไม่ได้อยู่ในสภาพที่ลงเล่นได้ ดังนั้น พวกเขาขอร้องให้เราไม่ต้องส่งนายลงสนามในเกมวันนี้

ผมรู้ทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ทุกคนคงเคยได้ยินข่าวลือที่ว่า เรอัล มาดริด ต้องการเซ็นสัญญากับฮาเมส โรดริเกซ หลังจบฟุตบอลโลก 2014 ผมรู้ดีว่า สโมสรต้องการขายผม เพื่อเปิดทางให้กับฮาเมส พวกเขาไม่ต้องการให้ผมอยู่ในสภาพร่างกายที่เสียหาย (เพื่อขายต่อ) นี่คือเรื่องง่ายๆ และนี่คือธุรกิจฟุตบอลที่ผู้คนมักมองไม่เห็น ผมบอกให้ดาเนี่ยล ส่งเอกสารมาให้ผม ความจริงคือ ผมไม่ได้เปิดมันอ่านด้วยซ้ำ ผมฉีกกระดาษแผ่นนั้นเป็นชิ้นๆ ผมพูดต่อว่า โยนมันทิ้งไป คนที่ตัดสินใจคือตัวผมเอง

วันนัดชิงชนะเลิศ ผมตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ และออกไปหาผู้จัดการทีมของเราอย่างคุณซาเบลล่า เรามีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมต่อกัน ผมบอกเขาไปว่า ผมต้องการลงเล่นเป็น 11 คนแรก ผมรู้ดีว่า เขาคงรู้สึกกดดันกับคำพูดของผม กระนั้น ผมบอกเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ ผมบอกว่า -ผมต้องการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก หากทีมต้องการผม ผมจะเล่นจนกว่าขาจะหักสะบั้น“จากนั้น ผมก็เริ่มร้องไห้ ผมไม่สามารถช่วยเหลือทีมได้”

“ทีมเริ่มต้นการพูดคุย ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น ทีมประกาศว่า เอ็นโซ่ เปเรซ เตรียมออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เพราะสภาพร่างกายของเขาสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ผมโอเคกับการตัดสินใจนั้น ผมพยายามรักษาตัวเอง ด้วยการฉีดยาก่อนเกมการแข่งขัน และผมฉีดอีกครั้งในช่วงครึ่งหลัง เพราะผมอยากพร้อมที่สุด หากถูกเรียกจากม้านั่งสำรอง”

“สุดท้าย … ไม่มีเสียงเรียกให้ผมลงสนาม เราแพ้ฟุตบอลโลก ผมไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย มันเป็นวันที่ยากสุดในชีวิตของผม ผมเดินไปพูดกับผู้จัดการทีม จากนั้น ผมก็น้ำตาไหลออกมา ผมถูกครอบงำด้วยอารมณ์ ช่วงเวลานั้น มีความหมายต่อตัวผมมาก เราใกล้บรรลุความฝันที่เป็นไปไม่ได้แล้ว”

8 ปีผ่านมา เขาไม่มีอะไรต้องติดค้างอีกต่อไป เมื่อคอของเขาสวมใส่เหรียญแชมป์ฟุตบอลโลก พร้อมกับพาอาร์เจนติน่า ติดดาวดวงที่ 3 สัญลักษณ์แห่งความพยายามลงบนหน้าอกเสื้อข้างซ้าย

นี้คือความในใจ ของชายที่ชื่อ อังเคล ดิ มาเรีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น